Theme images by linearcurves. Powered by Blogger.

Top News

ใครที่อยากลดน้ำหนักต้องลอง กับ 6 เมนูที่จะทำให้คุณหุ่น ผอม เพรียว ได้ง่ายๆ

1. ตื่นหกโมงเช้า โยเกิร์ตผลไม้สด เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยเล็ก เลือกผลไม้รวม 6 ชิ้น คละกันไป เช่น แอปเปิล สับปะรด ส้ม ฝรั่ง พุทรา เป็นต้น ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลช่วงเช้าให้พอดี หนักท้อง และไม่กระตุ้นให้อยากของหวานระหว่างวัน พลังงานประมาณ: 150 แคลอรี่

2. ของว่างช่วงสาย ๆ 10.00น. น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เลือกน้ำเต้าหู้สด ๆ อุ่น ๆ ใส่น้ำตาลน้อย ถั่วแดงประมาณถ้วยชาจีนเล็ก โปรตีนจากถั่วหลากหลายชนิดช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มสารสื่อประสาทในสมอง ให้คุณพร้อมออกกำลังกายและกำลังสมองในวันทำงานเสมอ พลังงานประมาณ: 120 แคลอรี่

3. เที่ยงวัน ทันอร่อย ยำวุ้นเส้น เลือกวุ้นเส้นถั่วชนิดไม่ขัดขาวประมาณ 1 ถ้วยตวง เนื้อหมูล้วนไม่ติดมันสับกับกุ้งลวก 2 ตัว เครื่องปรุงน้ำยำ หอมหัวใหญ่ กระเทียม ต้นหอม ขึ้นฉ่าย และเครื่องปรุงรสตามต้องการ เครื่องเทศมีประโยชน์ในด้านต่อต้านสารอนุมูลอิสระและดีกับหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนดี ร่างกายสดชื่น และลดความเสี่ยงเป็นโรคไขมันอุดตัน พลังงานประมาณ: 240 แคลอรี่

4. ของว่างช่วงบ่าย ๆ 16.00น. กาแฟดำร้อน กินคู่แคร็กเกอร์ไฟเบอร์ 2 ชิ้นเล็ก ซินนามอนหรืออบเชยมีคุณสมบัติควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ร่างกายจึงเผาผลาญพลังงานเป็นอย่างดี พลังงานประมาณ: 120 แคลอรี่

5. ดินเนอร์แบบนางงาม 19.00น. ผัดหน่อไม้ฝรั่งใส่หมู ข้าวสวย 1 ถ้วย เนื้อหมูล้วน หน่อไม้ฝรั่งอ่อน ๆ ½ ถ้วยตวง น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อน เครื่องปรุงรส+กระเทียม หน่อไม้ฝรั่งมีไฟเบอร์สูงมาก หนักท้องนาน ทว่าแคลอรี่เบา ๆ และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย พลังงานประมาณ: 220 แคลอรี่


6. ของเบา ๆ ก่อนนอน 20.30น. กล้วยน้ำว้า 1 ลูก หรือส้มขนาดเล็ก 1 ผล ช่วยให้ร่างกายพร้อมเข้าสู่การนอน กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเมลาโทนิน คุณจึงหลับสบายและสุขภาพดี พลังงานประมาณ: 60 แคลอรี่
ตำรายารักษามะเร็ง เบาหวาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมญาณเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณมาตั้งแต่ยังไม่ บวช หลังจากบวชแล้วก็ได้เป็นผู้ช่วยหลวงปู่ปาน รักษาคนไข้ และได้เรียนวิชาแพทย์จากท่านที่มีอทิสสมานกายอีกมาก วิชาเหล่านี้ต่อมาจากท่านละทิ้งหมด จนกระทั้งเริ่มรับลูกศิษย์ และเห็นทุกขเวทนาของลูกศิษย์บางคน จึงได้บอกสูตรยาต่าง ๆ ให้ รายละเอียดมีดังนี้...

สูตรยาแก้โรคมะเร็งและโรคอักเสบภายในต่างๆ

สูตรตัวยามีดังนี้ ขมิ้นชัน ๑ กำมือ กับหญ้าแพรก ๑ กำมือ โขลกให้ละเอียดคั้นกับน้ำปูนใส (ปูนกินกับหมาก) แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง

วิธีใช้ รับประทานครั้งละประมาณ ๑ ถ้วยชา หรือประมาณ ๓๐ ซี.ซี รับประทานวันละ ๑ ครั้ง ก่อนอาหารเช้า ๓๐ นาที หรือ ๑๕ นาที เป็นอย่างน้อย
รักษาโรคมะเร็ง และโรคอักเสบต่าง ๆได้ทั้งหมด เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้อักเสบ ตับอักเสบ ไตอักเสบ ฯ ล ฯ ถ้าโรคเบาหวาน ขณะที่กินยา ห้ามกินกะปิกับของแสลง คือของหวานในช่วงกินยา ๓ วันหาย

ประวัติของยานี้หลวงพ่อเล่าให้ฟัง เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๒๘ ยานี้ท่านหมอ โกมารภัจมาบอกหลวงพ่อ โดยหลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า

“ ยานี้คือยารักษาโรคมะเร็ง โรคเบาหวานเพียงแค่พื้น ๆ โรคกระเพาะ โรคตับนี้รักษาง่าย ท่านบอกว่า แต่อย่าไปรับรองชาวบ้านเขานะ ห้ามรับรองชาวบ้านเขา ฝีในท้องกิน ๓ ระยะ ๆ ๓ วัน เว้น ๗ วันหาย บอกว่าถ้าหัวฝีแตกยิ่งดีใหญ่ โรคไต ๓ ถ้วยหายโรคอักเสบทั้งหมดรักษาได้ทุกอย่าง โรคเบาหวานห้ามกินกะปิ และของหวานในช่วงเวลาที่กินยา คนไข้คนไหนไม่เว้นของแสลง ไม่ควรสงสาร เพราะว่าตัวเขาเองยังไม่รัก แล้วเราจะไปรักทำไมต้องถือคตินี้นะ

ประวัติ ความเป็นมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ตอนนั้นอยู่ชัยนาท คุณสมศรี เธอเป็นโรคมะเร็งในมดลูก รักษาตัวมาเป็นเดือนหมดเงินเป็นหมื่น มะเร็งระยะสองไม่หาย เธอมาปรารภอาการป่วยให้ฟัง ยาฉันก็ไม่มี ฉันไม่รู้จะไปหาที่ไหน นั่งนึกถึง ท่านโกมารภัจ ท่านก็มาท่านบอกให้แม่มันไป ตลาดโพธิ์นางดำ ไปถามหมอโบราณที่นั่น หมอชื่ออะไร รูปร่างอย่างไร ท่านก็ไม่บอก บอกไปเถอะไปเจอใครเขาบอกยาองเขารักษาหาย ให้เอามารักษาจะหาย ไม่ใหม่ประวัติความเป็นมาจำไว้นะ

แล้ว แกก็ไปหาทันที ไปรอลงเรือที่ ประตูน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ก็ไปรอลงเรือ
ไอ้ท่าเรือก็มีผู้ชายคนหนึ่งผอมโปร่งผิวขาว แต่งตัวเรียบร้อยไม่พูดไม่จากับใคร นั่งเฉยหัว ก็ขาวโพลน นั่งเฉยคอยเรือเกือบชั่วโมงไม่พูดกับใครเลย

เวลาลงเรือหางยาวบังเอิญ นั่งคู่กันไป เรือวิ่งไปประมาณ ๑ กิโลเมตร แกหันมาถามว่าหนูจะไปไหน บอกจะไป ตลาดโพธิ์นางดำ ถามไปทำไม บอกลูกสาวประจำเดือนออกไม่หยุด หมอบอกเป็นมะเร็งที่มดลูก ชายคนนั้น แกถามต่อไปว่า แล้วนี่จะไปไหน บอกไปหาหมอ ถามหมอชื่ออะไร แกบอกไม่รู้ บอกไม่รู้ไปอย่างไร

บอกว่าพระท่านบอกถ้าไปเจอหมอที่ โพธิ์นางดำ ท่านเป็นหมอโบราณ
ถ้าท่านบอกยารักษาหายให้นำมาเลย บอกถ้าอย่างนั้นไม่ต้องไป ยาที่ฉันมีพอเรือหางยางสวนมาแกกวักมือบอกกลับได้

แล้ว ปรากฏว่าวันหลังไปถามเรือหางยาวคนนั้นว่า คนรูปร่างแบบนั้นขึ้นที่ไหน ไอ้เรือหางยาวเขารู้จักกันบอกเวลานั่งมาเห็น เลาขึ้นไม่เห็นตอนขึ้นเขาเก็บสตางค์ ไม่เห็นโดดน้ำไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แก่ทำกินไม่ถึงถ้วยชา แคครึ่งถ้วยชา ถ้วยเดียวหาย แต่ท่านบอกว่าให้กิน ๓ ถ้วย แล้วจะหายสนิทมะเร็งนี่นะ ไอ้โรคเบาหวานเรื่องเล็ก ๆ เล็ดหมดเลย เบาหวานขนาดม้า มะเร็งขนาดช้าง ท่านเลยบอกว่าหาย ไอ้โรควัณโรคนานหน่อยนะ กิน ๓ วันติด ๆ กัน เว้น ไป ๗ วัน ๓ ระยะ เท่ากับกิน ๙ ถ้วยหาย

ท่านก็เลยสรุปอักเสบทั้งหมดใช้ได้หมดเลย เดี๋ยวลองถามท่านกินบ่อย ๆ จะได้ไหม ท่านบอกว่าป้องกันโรคต่าง ๆ ปีละงวด ๓ ถ้วย กิน ๓ วัน ถ้ากินป้องกันร่างกายทรุดโทรม ๖ เดือนงวด จะไปกินเร็วกว่านั้นไม่ได้ ๖ เดือนกิน ๓ ถ้วย

แต่ท่านบอกว่าอย่าไปรับรองใครเขานะ บอกเราเคยกินหายมาแล้ว เราอย่าไปรับรองผล ถ้าบังเอิญมันเป็นระยะปลาย และคนนั้นจะต้องตายมีอยู่ อย่าไปรับรองเขา แล้วท่านบอกว่า หญ้าแพรกทำให้เย็น ขมิ้นรักษา และน้ำปูนใสทำให้อย่างแห้งเร็ว

หมายเหตุ

ก่อนกินยานี้ให้นำดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระ ขอพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ช่วยให้โรคหายไปจากร่างกาย ขอพรท่านโกมารภัจเจ้าของยา ขอให้ท่านช่วยให้ยานี้มีฤทธิ์ทำลายโรคให้หมดไป ขอพรท่านแม่ศรีช่วยด้วย ขอให้โรคทั้งหลายสลายตัวไปให้หมด นับตั้งแต่กินยานี้เข้าไปแล้ว ยานี้ใช้ได้ผลเฉพาะบุคคลที่มีความเชื่อในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ เท่านั้น

หมายเหตุ

สูตรบนที่ใช้แห้วหมู มะเร็งกับเบาหวาน ส่วนหญ้าแพรกคลอบคลุมหลายโรค มีเรื่องกระเพราะ ตับ ไต เข้ามาด้วย
อย่ามองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ 7 พฤติกรรมทำแล้วอายุสั้น หากใครทำอยู่ควรเลิกซะ ก่อนจะสายเกินแก้!!

1. นอนดึก เพราะการนอนดึกทำให้ไม่มีฮอร์โมนต้านมะเร็งหลั่งออกมาหรือหลั่งออกมาน้อยเกินไป และเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง และโรคอ้วน เนื่องจากคนนอนดึกมักจะหิวและต้องหาอะไรมารับประทาน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน

2. สูบบุหรี่และดื่มสุรา ทั้งสองสิ่งนี้ส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในและภายนอก ปอดและตับทำงานหนัก ทำให้แก่เร็วและเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง นำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

3. เครียดจัด หรือเป็นโรคเครียดเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง อีกทั้งยังบั่นทอนชีวิตในทุกมิติ ทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว และหน้าที่การงาน

4. ทานของร้อนจัด เช่น ชาร้อนหรือกาแฟร้อน ถ้าไม่ระวังอาจจะไปลวกเซลล์หลอดอาหารจนอักเสบ และมีโอกาสเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็ง ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัด รอให้อยู่ในระดับอุ่นๆ ก็พอ

5. กลั้นปัสสาวะ อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่าน้ำปัสสาวะเป็นของเสีย ยิ่งอยู่นิ่งเป็นเวลานานจากการอั้นจะทำให้กระเพาะปัสสาวะสะสมสิ่งเน่าเสีย ส่งผลให้เกิดมะเร็ง หรือทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้

6. เสพติดรสเค็ม มีงานวิจัยพบว่าคนที่ชอบกินอาหารเค็มจะมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่าคนที่กินอาหารรสจืด ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชอบของเค็มให้ลดน้อยลงก่อนที่จะสายเกินไป

7. ตากแดดบ่อยและนาน เสี่ยงมะเร็งผิวหนัง เพราะแสงแดดเป็นรังสีที่กระตุ้นเซลล์ให้แบ่งตัวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง กลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นได้ วิธีป้องกันคือหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแดดที่แรงจัด ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทาครีมกันแดด กางร่ม หรือใส่เสื้อผ้าปกคลุมให้มิดชิด

เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากอายุสั้น ดังนั้นถ้ามีพฤติกรรมทั้ง 7 ที่กล่าวมา ควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทันที
คงไม่มีใครอยากจะใส่เสื้อนักเรียนที่มีคราบเหลือง ๆ หรือขาวแบบหม่นไปโรงเรียนแน่ๆ เลยงอแงขอเสื้อตัวใหม่กันใหญ่ เอาเป็นว่าพ่อ-แม่ที่อยากจะประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน ก็สามารถทำตามคำขอของลูก ๆ ได้ง่าย ๆ เพียงแค่นำสูตรซักเสื้อขาวเหล่านี้ไปซักชุดนักเรียนตัวเก่าให้ลูก ๆ นำไปใส่ในวันเปิดเทอม รับรองว่าเสื้อนักเรียนที่เคยมีคราบหรือดูหมอง ๆ จะกลับมาขาววิ้งเหมือนใหม่ ลูกใส่แล้วไม่อายเพื่อนที่โรงเรียนแน่นอน

10 สูตรซักผ้าขาว

1. สูตรน้ำมะนาว
รสชาติเปรี้ยวเข็ดฟันของน้ำมะนาวนี่แหละ คือตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้ผ้าขาวกลับมาขาวสดใสได้อีกครั้ง โดยการผสมน้ำมะนาว ½ ถ้วยตวงลงในน้ำผงซักฟอก แล้วนำเสื้อมาแช่ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงหรือ 1 คืนก่อนนำไปซักตามวิธีปกติอีกครั้ง

2. สูตรน้ำส้มสายชู

สูตรนี้ให้ทำหลังจากซักเสร็จแล้ว โดยให้นำเสื้อมาซักน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวงผสมน้ำเปล่าอีกครั้ง ก่อนนำไปตากให้โดนแดด ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ผ้าขาวกลับมาใหม่และทำลายคราบหมองจนเกลี้ยง

วิธีการซักผ้าขาว

3. สูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

หากผ้าขาวมีคราบเลอะจนทำให้เกิดคราบหมอง ให้ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ½ ถ้วยตวง กับเบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง และน้ำเปล่าอีก 1 ถ้วยตวง เพื่อนำมาซักกับผ้าขาวแทนการใช้ซักผงฟอกตามปกติ

4. สูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กันน้ำยาล้างจาน

อีกหนึ่งทางเลือกดี ๆ ในการกำจัดคราบที่เป็นสาเหตุทำให้ผ้าขาวหม่นหมอง ด้วยการผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 2 ส่วนต่อน้ำยาล้างจาน 1 ส่วน เทลงบนคราบ แล้วขยี้จนกว่าคราบจะหายไป ก่อนนำไปซักตามปกติอีกครั้ง

5. สูตรสารฟอกขาว

นำสารฟอกขาวชนิด คลอรีน บลีช (Chlorine bleach) มาผสมกับน้ำเปล่าตามขั้นตอนที่ฉลากกำกับไว้ แล้วแช่ผ้าขาวทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนนำไปซักคราบออกให้เกลี้ยงเกลา

6. สูตรแอมโมเนีย

แอมโมเนียช่วยให้ผ้าขาวคุณขาวสะอาดได้เหมือนกัน โดยการผสมแอมโมเนียมาผสมกับน้ำเปล่าให้เจือจาง แล้วนำไปซักผ้าขาวพร้อมผงซักฟอก แต่มีข้อแม้ว่าอย่าผสมแอมโมเนียกับผงซักฟอกโดยตรงเด็ดขาด เพราะจะทำให้เนื้อผ้าเสียหายได้

7. สูตรกรดซาลิก

หากผ้าขาวสะอาดเลอะคราบสนิมเหล็ก กำจัดคราบออกได้ โดยผสมกรดซาลิกประมาณ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง ป้ายส่วนผสมที่ได้ลงบนคราบแล้วขยี้ แต่ถ้ายังมีคราบสีหลงเหลืออยู่ แนะนำให้ซักด้วยแอมโมเนียซ้ำอีกครั้ง แต่วิธีนี้ต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากกรดซาลิกอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังได้

8. สูตรเบกกิ้งโซดา

นอกจากเบกกิ้งโซดาจะช่วยทำความสะอาดบ้านได้แล้ว ยังทำให้ผ้าขาวเหมือนใหม่ได้อีกด้วย โดยการเทเบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวงลงในน้ำผงซักฟอก ก่อนนำผ้าขาวมาซักทำความสะอาดตามปกติ ผ้าขาวของคุณก็จะขาวสะอาดเหมือนใหม่เลยล่ะ

9. สูตรบอแรกซ์และน้ำส้มสายชู

สูตรนี้เรียกได้ว่าช่วยเพิ่มพลังกำจัดคราบได้อีกทางหนึ่ง เริ่มจากผสมบอแรกซ์ ½ ถ้วยตวงเข้ากับน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง เทผสมลงในน้ำผงซักฟอก ก่อนซักผ้าขาวตามปกติ

10. สูตรน้ำซาวข้าว

รู้หรือไม่ว่าน้ำซาวข้าวที่เราเททิ้งนั้นมีประโยชน์มาก เพราะมันสามารถซักผ้าขาวของเราให้ขาวสะอาดได้ด้วยนะ โดยนำผ้าขาวไปซักแล้วแช่ไว้ในน้ำซาวข้าวผสมน้ำเปล่าประมาณ 2-3 นาที แล้วค่อยนำผ้าขาวมาซักอีกครั้ง

แม้ผ้าขาวของคุณจะหม่นหมองหรือเลอะคราบเปื้อนแค่ไหน สูตรซักผ้าขาวเหล่านี้ก็สามารถช่วยให้ผ้าขาวของคุณกลับมาใหม่ได้อีกครั้ง ไม่ต้องเสียเงินซื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้สิ้นเปลืองเลย
เม็ดแมงลัก มีสารอาหารและวิตามินสำหรับสุขภาพ เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยทำความสะอาดผนังลำไส้ การนำเม็ดแมงลักมาใช้เป็นลักษณะพองตัวในน้ำ ซึ่งมีผลในการช่วยลดน้ำหนักได้

เพราะเมื่อเม็ดแมงลักพองตัว ทำให้กินอาหารอย่างอื่นได้น้อยลง อิ่มนาน ทำให้หลายคนอาจนำเม็ดแมงลักมากินทดแทนมื้อเย็น หรือตัวช่วยเวลาหิวดึกๆ ทำให้ในแต่ละวันอิ่มแต่ได้พลังงานที่น้อยลง

การที่เราได้พลังงานที่น้อยลง ร่างกายใช้มากกว่าที่อาหารที่ได้รับ ร่างกายจะดึงไขมันสะสมที่มีอยู่เดิมออกมาเผาผลาญ จะทำให้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างช้าๆ
ประโยชน์ของเม็ดแมงลัก

เม็ดแมงลัก ช่วยขับคอเลสเตอรอลไม่ดีออกจากร่างกาย โดยเส้นใยของแมงลักจะดูดซับไขมันไว้ เมื่อร่างกายไม่สามารถย่อยกากใยพวกนี้ได้ ไขมันไม่ดี (LDL-cholesterol) ก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับเส้นใยของแมงลัก แต่ไม่มีผลใด ๆ ต่อ HDL-cholesterol ที่เป็นไขมันดี ดังนั้นการรับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจด้วย
เม็ดแมงลัก มีลักษณะนิ่ม ลื่น กลืนง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาช่วงลำคอ และการที่เม็ดแมงลักพองตัวมาก ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ช้าลง จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องการให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลลดลงด้วย
เม็ดแมงลัก มีสรรพคุณเป็นยาระบาย เนื่องจากบริเวณเปลือกนอกของเม็ดเป็นสารเมือกขาว และยังมีกากอาหาร ทำให้อุจจาระไม่เกาะลำไส้ ซึ่งช่วยให้ผู้รับประทานสามารถขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเม็ดแมงลักจะไปกระตุ้นประสาทที่อยู่รอบ ๆ ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทำให้เกิดปวดท้องหนัก
เม็ดแมงลัก มีสรรพคุณในการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเม็ดแมงลักไม่ก่อให้เกิดพลังงาน และสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า ดังนั้นเมื่อนำมารับประทานก่อนอาหารก็จะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง และสามารถควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทานได้เป็นอย่างดี
สำหรับวันนี้ ขอออกนอกเรื่องหน่อยนะครับ จะว่าไปก็ไม่นอกเรื่องเท่าไหร่ เพราะไอ้เรามันเป็น “ผู้มีรายได้น้อย” การเล่นหวยเสี่ยงโชค มันเป็นความหวังเล็กๆ ของผู้หาเช้ากินค่ำ อย่างพวกกระผม แบบคำที่เขาชอบว่ากันว่า “ คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น ”

ในการเล่นหุ้น เขาก็ต้องดูสัญญาณทางเทคนิค ดูกราฟ , ดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่จะเข้าไปซื้อ  แล้วการเล่นหวยจะต้องดูจากอะไรดีหล่ะ  ว่าจะซื้อได้ไหม , จะมีโอกาสถูกกันบ้างไหมหนอ..

ลอตเตอรี่ บ้านเรา มีถึง 6 หลัก การจะถูกรางวัลที่ 1 นั้น มีเพียง 1 ใน ล้าน , รางวัลเล็กที่สุด คือ เลขท้าย 2 ตัว มีความน่าจะเป็นเพียง 1 ใน 100 ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโอกาส ถูกรางวัลน้อยมากๆ…  เรียกว่า ใช้ดวงล้วน..

เมื่อไม่สามารถ เอาจะอะไรมาอธิบาย เหตุผลในการถูกสลากได้ ,  งั้นก็ใช้สิ่งบอกเหตุ ของคนโบราณ ที่เขาเคยประสบกับตัว ถูกมาแล้วนัดต่อนัด..  มาเป็น “ลางบอกเหตุ” ก็แล้วกันครับ  งั้นเราไปเริ่มกันเลย…

1.) รถชนก่อนหวยออก

กรณี รถถูกเฉี่ยว ถูกชน ก่อนใกล้วันหวยออก ก็นิยมนำเลขรถ มาซื้อหวยกันมาก เหมือนว่า เมื่อมีเคราะห์ไปแล้ว ความโชคดี จะตามมา ก็เห็นมีคนถูกกันบ่อยๆ อยู่เหมือนกัน  เช่น
เมื่อไม่นานมานี้ มีหนุ่มจากจังหวัดสกลนคร ท่านหนึ่ง ขับรถเฉี่ยวชนกับคู่กรณี ในจังหวะที่รอประกัน ก็มีคนขายหวยผ่านมาพอดี  จึงได้ซื้อหวยไป15 คู่ (เพราะเป็นคนชอบเล่นหวยอยู่แล้ว เลยกะซื้อเต็มที ) หวังเพียงเลขท้าย 2 ตัว ได้เงินหมื่น มาฟาดเคราะห์ซักหน่อย ที่ไหนได้ถูกรางวัลที่ 1 พวงด้วยรางแจ็คพ็อต รับไป 90 ล้าน ( เบาะๆ )

2.) งูเลื้อยตัดหน้ารถ
กรณี นี้มีมาหลายรายมากๆ  บ้างคนก็นำเลขรถตัวเองไปซื้อบ้าง ก็ถูกตรงๆ 3 ตัว , บ้างคนขับรถจะไปดูที่ดิน สร้างกิจการใหม่ บังเอิญมีงูเลื้อยผ่าน หน้ารถ  จึงลงไปอธิฐาน กับเจ้าที่เจ้าทาง  หากจะได้เป็นเจ้าของที่แปลงนี้ ก็ขอให้มีเงินมาซื้อที่ดินด้วยเทอญ กลับไปซื้อหวย ถูกรางวัลใหญ่  มีเงินมาซื้อที่ดินง่ายๆ ซักงั้น…

3.) ผึ้งมาทำรัง

สำหรับ กรณี ผึ้งมาทำรังในบริเวณบ้าน นั้นพบเห็นหลายกรณี มากๆ  , โดยผึ้งเป็นสัตว์ตัวเล็ก ที่มักจะทำรังในที่สงบ ในแหล่งที่สามารถหาอาหารได้  จึงมักไม่ค่อยพบตามบ้านคนอยู่แล้ว ,
แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้  มีผึ้งมาทำรังตามบ้านคนอยู่บ้าง ซึ่งเชื่อกันว่า “บ้านไหนที่มี ผึ้งมาทำรัง  ผู้ที่อยู่อาศัยบ้านนั้นจะโชคดี”

เมื่อไม่นานนี้ มีบ้านของชาวบ้านในจังหวัดทางภาคเหนือ  มีผึ้งมาทำรัง ที่ชานเรือนพักหน้าบ้าน ขนาดใหญ่มาก ขนาดเกือบ 1 เมตร ห้อยลงมากว่า 80 เซนติเมตร มีผึ้งหลายพันตัวในรัง  แต่กับไม่ได้ทำอันตรายคนในบ้าน มิหน่ำซ้ำ เจ้าของบ้านยังถูกหวย ติดๆกัน หลายงวดซ้อน..  เป็นที่แซ่ซ้อน.. ของชาวบ้านในบริเวณเดียวกัน...
ไปหามาทาน..มันเทศประโยชน์มากมาย ป้องกันเส้นเลือดอุดตันกับโรคหัวใจได้

1. มีสารแอนโทไซยานิน Anthocyanin อยู่สูง ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

2. ช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์

3. ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันได้

4. ช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตาและพบว่าสารชนิดนี้ช่วยยับยั้งเชื้ออีโคไลซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง

5. ในธรรมชาติผักและผลไม้ที่มีสารแอนโทไซยานินมากมักจะสีม่วง เช่น องุ่นแดง บลูเบอรี่

6. สำหรับพืชหัวจะมีมากในหัวมันเทศเนื้อสีม่วง โดยเฉพาะมันเทศเนื้อสีม่วงจากประเทศญี่ปุ่นได้มีการปรับปรุงสายพันธุ์ให้ได้เนื้อมันเทศที่มีสีม่วงเข้มตลอดทั้งหัว

7. เป็นแหล่งคาโบไฮเดรตชั้นดีที่ให้พลังงานโดยไม่ก่อพิษต่อร่างกายแบบอาหารแปรรูปจากแป้งและน้ำตาลแบบอื่นๆ

8. ส่วนใบและยอดอ่อนของมันเทศ Sweet potato สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้ และ ยังมีวิตามินเอ วิตามินซี สาร อาหารลูทิน Lutein ที่ช่วยบำรุงสายตา

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

1. มันเทศเนื้อสีส้มมีสารเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งช่วยลดอัตราการกลายพันธ์ของเซลล์และทำลายเซลล์มะเร็ง

2. การนำยอดมันเทศมาปรุงอาหารพบว่ามีในประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีด้วย

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ได้ทราบถึงประโยชน์ของมันเทศสีม่วงที่ช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตันกับโรคหัวใจกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วจะรออะไรอยู่เย็นนี้ไปหามันเทศสีม่วงมารับประทานกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง แถมห่างไกลโรคเส้นเลือดอุดตันกับโรคหัวใจอีกด้วย ข่าววันนี้
ไม่น่าเชื่อ..เปลือกแก้วมังกรเหลือๆ ต่อไปนี้อย่าเพิ่งโยนทิ้ง...เพราะมีประโยชน์มากๆ!

เป็นที่รู้ๆ กันว่าสารต้านอนุมูลอิสระมีส่วนช่วยยับยั้งเซลล์ป้องกันริ้วรอยอันเกิดก่อน วัย และเจ้าเปลือกแก้วมังกรที่หลายๆ คนมองข้ามนี่แหละอุดมไปด้วยสารอาหารชนิดนี้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมอีกด้วยนะ

โดยปกติแล้วเราทานแก้วมังกรเฉพาะเนื้อแล้วโยนเปลือกทิ้งไป แต่อ๊ะ! เดี๋ยวก่อน! มีงานวิจัยมากมายที่ค้นพบคุณค่าสารอาหารในแก้วมังกร ทั้งอุปโภค บริโภค ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างนั้นลองมาดูกันเลย

ใช้ทำบรัชออน – ลิปสติก

น้อง เมย์ กนกเนตร สุภาศรี นักเรียนชั้นม. 5 โรงเรียนดาราวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งทางครอบครัวมีอาชีพเพาะปลูกแก้วมังกร จึงได้ทำการวิจัยค้นคว้าคุณประโยชน์จากเปลือกแก้วมังกร กระทั่งพบว่า สามารถนำมาเป็นส่วนผสมในแป้งฝุ่น บรัชออน รวมถึงลิปสติกได้ด้วย โดยการนำเปลือกแก้วมังกรสีสวยเข้ากับน้ำเปล่า หมักทิ้งไว้ 12 ชั่งโมง ผสมน้ำหมักแก้วมังกรที่มีสีชมพูม่วงสวยๆ เข้ากับแป้งมัน จากนั้นกวนให้สุกแล้วนำไปตากแห้ง แล้วจึงบดให้เป็นผงพร้อมใช้งาน ในจุดนี้สามารถนำไปทำการวิจัยค้นคว้าต่อไปได้

ใช้แทนสีผสมอาหาร

เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยล่ะ เมื่อเราไม่ต้องใช้สีสังเคราะห์ในการทำขนมนมเนยอีกต่อไป เมื่อเรากวนแป้งผสมเปลือกแก้วมังกรให้แห้ง บดเป็นผงพร้อมใช้งาน จากนั้นเราก็นำไปละลายในน้ำเพียงเล็กน้อยก็จะได้สีผสมอาหารจากธรรมชาติแล้ว ล่ะ ซึ่งปัจจุบันชาวบ้าน อ. ดอยสะเก็ด ได้นำสีจากแก้วมังกรไปทำขนมปุยฝ้าย ทับทิมกรอบ วุ้น ซาหริ่ม ปุยฝ้าย ขนมชั้น เป็นต้น

ใช้สีแก้วมังกรย้อมเซลล์ทางวิทยาศาสตร์

เป็น เรื่องที่น่าดีใจมาก เมื่อสีจากเปลือกแก้วมังกร สามารถนำไปย้อมเซลล์ในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ โดยน้องเมย์ทดลองนำไปย้อมพืชใบเลี้ยงเดี่ยว-เลี้ยงคู่ อนาคตอาจนำไปใช้ในห้องแล็ปและอาจทำการย้อมอวัยวะภายในเพื่อตรวจหาโรคทดแทน การใช้สีสังเคราะห์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอีกด้วย

ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางประทินผิว

ขณะ นี้กำลังอยู่ในกระบวนการทดลองเพื่อให้สีคงความเข้มข้นเมื่ออยู่ในส่วนผสมที่ เป็นน้ำหรือน้ำมันมากๆ เนื่องจากการทดลองที่ผ่านมาทำให้สีจากแก้วมังกรซีดลงกลายเป็นสีชมพูไม่คง ความเข้มข้นของสีไว้ดังเดิม แต่คาดว่าน่าจะทำหารวิจัยสำเร็จและอาจต่อยอดใช้เป็นสีผสมใน โลชั่น เจลอาบน้ำ ครีม เจล เป็นต้น

กินป้องกันแก่ – สมองเสื่อม

รู้ กันหรือไม่ว่าเปลือกแก้วมังกรอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง หนึ่งในนั้นคือสารแอนโทไซนานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีประสิทธิภาพสูงกว่าเบต้าแคโรทีน 10 เท่า ช่วยต้านออกซิเดชั่น ป้องกันอนุมูอิสระ ชะลอความแก่ และป้องกันสมองเสื่อม รวมถึงโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย

นอกจากนี้สารแอนโทไซยานิ นยังช่วยสร้างความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด ปกป้องผนังหลอกเลือดแดง ลดความดัน บำรุงผิวให้กระจ่างใสไร้รอยด่างดำ ป้องกันการอักเสบและอาการแพ้ บำรุงข้อต่อให้มีความยืดหยุ่น และบำรุงสายตาต้านรังสี ควบคุมน้ำหนักเป็นต้น

เมนูจากเปลือกแก้วมังกร

รับประทานโดยตรง: คือคว้านเอาด้านในของเปลือกมารับประทานได้เลย

คั้นเป็นน้ำดื่ม: วิธีจะทำให้คุณรับประทานได้ง่ายขึ้น วิธีทำง่ายๆ คือ คว้านเอาด้านในของเปลือกแก้วมังกรมาคั้นรวมกับน้ำ เติมน้ำตาลลง เพียงแค่นี้คุณก็จะได้น้ำผลไม้รสชาติหอม หวาน อร่อย แถมยังช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

ยำแก้วมังกรแบบคลีน: ง่ายๆ เพียงแค่ฝานเปลือกแก้วมังกรเป็นเส้นบางๆ จากนั้นนำมาคลุกกับน้ำมันงา ผสมซุปไก่สกัดลงไปพร้อม ชิมรสตามชอบ อาจเติมน้ำตาล หรือเกลือเพียงเล็กน้อย แค่นี้ก็ได้อาหารสุดจะคลีนแล้ว

ชุบแป้งทอด: นำเปลือกแก้วมังกรไปหั่นเป็นเส้นตามยาวเหมือนเฟรนฟราย จากนั้นนำไปชุบแป้ง(สำหรับทอด) และทอดด้วยไฟแรง คุณก็จะได้เมนูทานเล่นในวันว่างหรือเป็นกับแกล้มก็เข้ากันดี

แกงส้มเปลือกแก้วมังกร: เมนูนี้ไม่ต่างอะไรจากแกงส้มปกติ เพียงแค่หั่นเปลือกแก้วมังกรเป็นเส้นยาว จากนั้นนำลงไปในหม้อน้ำเดือด ปรุงรสด้วยพริกแกงส้มและเครื่องปรุง คำแนะนำถ้าอยากให้อร่อยควรตำพริกแกงเองใหม่ๆ จะทำให้น้ำซุปเข้มข้นมากขึ้น

ยำเปลือกแก้วมังกรแบบไทย : เมื่อคุณชุบแป้งทอดเปลือกแก้วมังกรไว้ทานเล่นแล้ว อาจจะเพิ่มรสชาติความอร่อยด้วยการปรุงน้ำยำใช้สำหรับราด รสชาติของน้ำยำจะคล้ายกับยำถั่วพูคือใส่กะทิลงไปด้วยจะเพิ่มความ หอม หวาน อร่อย ของยำแก้วมังกรมากยิ่งขึ้น


ผงชูรสที่เราใช้ในการปรุงอาหารทุกวันนี้ หลายท่านคงเคยสงสัยว่ามันทำมาจากอะไร ทำไมมันถึงทำให้รสชาติอาหารของเรานั้นอร่อยนัก วันนี้เราจะมาเฉลยสิ่งที่ทุกท่านสงสัยกัน ไปดูกันเลยว่า กว่าจะมาเป็นผงชูรสนั้น ต้องผ่านกระบวนการใดบ้าง


ผงชูรสผลิตจากกระบวนการหมัก โดยกระบวนการผลิตจะเริ่มต้นจากการหมักกากน้ำตาลจากอ้อย หรือน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติโดยผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ได้จะเป็นผลึกขาวบริสุทธิ์ ละลายน้ำได้ง่าย และเข้ากับอาหารได้ทุกชนิด


ผงชูรสจะช่วยเสริมรสชาติของอาหารหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือผัก โดยจะช่วยให้อาหารมีรสชาติเด่นชัดขึ้น และผงชูรส 1 ช้อนชานั้นเหมาะที่จะใช้ในการปรุงอาหารที่ เป็น เนื้อสัตว์ 1 กิโลกรัม หรือปรุงอาหารจำพวกผักและซุปหรือแกงจืด 1 หม้อ นั่นเอง หากใช้เกินจากนี้อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้
เคล็ดลับ การถนอมผักให้สดเสมอ ทดลองแล้วค่ะได้ผลจริง


ขวดพลาสติกมีประโยชน์นะคะ เรามีทางใช้มันให้คุ้มค่ะ..


ปัญหาเรื่องผักที่เสียง่ายเก็บยาก ลองดูวิธีนี้ดูสิคะ..

ต้นหอม ผักชีล้างให้สะอาดก่อนใส่ขวด ไม่ต้องตัดราก เพื่อให้ผักดูดน้ำที่ค้างในขวด ผักจะยังสดชื่นอยู่เกือบ 1 สัปดาห์ในตู้เย็น

กระชาย มะนาวตะไคร อยู่ได้กว่า 1 สัปดาห์แล้วค่ะ

ทดลองแล้วค่ะได้ผลจริง

การเก็บ ก็ให้วางแนวตั้งในตู้เย็นนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ตามรอยชาวดิน ฟาร์มปลาดุกบ้านแก่นจันทร์
กระเทียมเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด มันสามารถใช้เพื่อช่วยปรับปรุงสุขภาพของคุณได้อย่างยอดเยี่ยม และกระเทียมยังได้ถูกนำมาใช้เพื่อดูแลสุขภาพมานานหลายศตวรรษ อีกทั้งยังนำมาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารที่แสนอร่อยอีกด้วยเช่นกัน มันช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหารทุกจานของคุณ และคุณสามารถเพิ่มมันเข้าไปในสลัดไข่เจียวหรือพาสต้าซอส

การรับประทานกระเทียมดิบ ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด มันจะช่วยกำจัดพยาธิในร่างกายออกจากตัวคุณ

เพื่อช่วยกำจัดยีสต์และเชื้อพยาธิ เพียงคุณสับกระเทียบสดประมาณ 1-2 กลีบ และผสมกับน้ำหนึ่งแก้ว ดื่มก่อนมื้ออาหาร หรือ ทานสดๆ 6 ช้อนโต๊ะ โดยนำไปผสมกับน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์นิดหน่อย กระเทียบสดหนึ่งกลีบและหอมแดงหนึ่งหัว บริโภคเป็นประจำทุกวัน

นอกจากนี้กระเทียมยังช่วยล้างพิษทั้งหมดออกจากร่างกายของคุณ และช่วยให้คุณมีสมาธิมากขึ้นเพียงคุณหั่นกระเทียมสดทิ้งไว้และปล่อยให้กลิ่นมันลอยอยู่ในอากาศภายในห้องของคุณ

คุณสามารถใช้กระเทียมสดเพื่อรักษาสภาพร่างกายของคุณได้ดังนี้:

-ปัญหาของระบบภูมิคุ้มกัน
-ปัญหาเกี่ยวกับลำไส้
-การติดเชื้อทางเดินหายใจ
-ปัญหาผิว
-พยาธิ
-ริ้วรอย
-การล้างพิษ
-ความดันโลหิตสูง
-โรคกระดูกพรุน
-โรคที่เกี่ยวข้องกับอายุ เช่น อัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อม

มันคงไม่ทำให้คุณเสียเวลามากนักหากต้องเพิ่มกระเทียมลงไปในเมนูโปรดของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ มันจะช่วยทำความสะอาดร่างกายของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพและกำจัดสารพิษทุกประเภทออกจากร่างกายและยังช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพที่รุนแรงให้กับคุณได้อีกเช่นกัน
สูตรรักษาโรคปอดเรื้อรัง หลอดลมอักเสบและโรคหอบหืด ด้วยสูตรโบราญเพียง 1 ช้อนโต๊ะหลังอาหารทุกมื้อ

โรคหอบ หลอดลมอักเสบ อาการไอประเภทต่างๆ และความผิดปรกติของปอด เป็นผลมาจากการสูบบุหรี่ การติดเชื้อ และ โรคภูมิแพ้

ในบทความนี้บอกถึงสูตรโบราณที่มีประสิทธิภาพสำหรับการรักษาปัญหาที่เกี่ยวกับปอด โรคหอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของหัวใจและหลอดลม

ยายของเราใช้สูตรยานี้ในการรักษาโรค และมันมีคุณสมบัติในการรักษาที่ได้รับการยืนยันจากคนที่ได้ใช้มันมาแล้ว

เตรียมการรักษาด้วยวิธีนี้

ส่วนผสม:

เมเปิลไซรัปบริสุทธิ์ 2 ถ้วย / 1.1ปอนด์
หอมแดง ½ กิโลกรัม / 1 ปอนด์
น้ำผึ้งสด 7 ช้อนโต๊ะ
มะนาวขนาดกลาง 2 ลูก
น้ำ 6 ถ้วย / 1.5 ลิตร

วิธีทำ

ใช้กระทะขนาดใหญ่ จากนั้นใส่เมเปิ้ลไซรัปลงไปและใช้ความร้อนปานกลาง ดูให้แน่ใจว่ามันเป็นสีทองแล้วให้ใส่หอมแดงหั่นลงไปผสมให้เข้ากันสัก2-3นาที จากนั้นก็เติมน้ำเพิ่มเข้าไป

จากนั้นให้ปล่อยทิ้งส่วนผสมให้เดือดด้วยความร้อนปานกลาง รอจนน้ำลดลงเหลือเศษหนึ่งส่วนสามแล้วยกลงจากเตา รอให้ส่วนผสมเย็นลง จึงใส่น้ำมะนาวและน้ำผึ้งลงไปและผสมให้เข้ากันดีในขั้นตอนสุดท้าย

เก็บส่วนผสมนี้ทิ้งไว้ข้ามคืนถึงจะนำมาใช้สำหรับรักษาในตอนเช้า

วิธีใช้:

ใช้กิน 1 ช้อนโต๊ะ สำหรับรักษาหลังอาหารทุกมื้อ มันจะช่วยบรรเทาอาการของคุณได้อย่างรวดเร็ว