คนจำนวนมากต้องทุกข์ทรมานจากอาการปวดหัวไมเกรน ซึ่งอาการปวดหัวประเภทนี้จะสร้างความเจ็บปวดทรมานอย่างมากอาการจะเกิดขึ้นอย่างกระทันหันโดยปราศจากการแจ้งเตือนใดๆ

ในบางกรณีจะทำให้เกิดจุดพร่ามัวร่วมด้วยอาการปวดหัวจะรุนแรงถึงขั้นต้องนอนนิ่งๆ ตลอดทั้งวัน รวมถึงอาการคลื่นไส้อาเจียนและความไวต่อแสงเป็นอาการไมเกรนที่พบมากที่สุด

ได้มีการศึกษาอย่างมากมายเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน

บางอย่างแสดงให้เห็นว่า สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงก็เป็นสาเหตุสำคัญ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีที่อุณหภูมิร้อน รวมถึงการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินไปตลอดระยะเวลา 1-2 วัน อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของระดับเซโรโทนินในสมองหรือการเพิ่มและลดของการไหลเวียนเลือดที่ส่งไปยังสมองสามารถเป็นสาเหตุของการเกิดไมเกรนได้อีกเช่นกัน

ผลการศึกษาที่ผ่านมาการขาดวิตามินบี 6 บี12 กรดโฟลิก และวิตามินดีสามารถเป็นสาเหตุของไมเกรนที่พบบ่อย

คุณสามารถเพิ่มความเสี่ยงของอาการปวดหัวไมเกรนได้ถึง 300% หากขาดวิตามินเหล่านี้ในอาหารของคุณ ด้วยเหตุนี้มันจึงมีความสำคัญมากเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของคุณได้รับวิตามินเหล่านี้ในปริมาณที่เพียงพอ
มีการยืนยันว่าอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน :

ปลากะตัก
อะโวคาโด
กล้วย
คาเฟอีน
ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว
ชีสเก่า
ช็อคโกแลต
มะเดื่อ
ปลาแฮร์ริ่ง
ถั่วเลนทิล
เมล็ดถั่วลันเตา
ถั่วลิสง
เนื้อสัตว์แปรรูป
ราสเบอร์รี่
ลูกเกด
ลูกพลัมแดง
ปลาซาร์ดีน
ซีอิ๊ว
ไวน์

และปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถก่อให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน :

-ความเหนื่อยล้า
-การนอนหลับที่ไม่เพียงพอ
-มื้ออาหารที่ขาดไป
-แสงไฟกระพริบ
-การเปลี่ยนแปลงของความดัน
-สารที่มีกลิ่นฉุน เช่นน้ำหอม, สี, หรือสารเคมีอื่นๆ

หากคุณต้องเผชิญกับอาการปวดหัวไมเกรนบ่อยๆ คุณควรจดรายการอาหารที่คุณควรบริโภคและทุกอย่างที่คุณควรทำในแต่ละวัน วิธีนี้จะสามารถช่วยให้คุณป้องกันตัวเองจากโรคปวดไมเกรนที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
Share To:

Post A Comment: